การแข่งขันระดับโลก

Dakar - Rally (Paris - Dakar)

• ชื่อเสียงที่โด่งดังของ Paris Dakar ที่ทั่วโลกต่างลงคะแนนให้เป็นเกมส์การแข่งขันที่สุดโหดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการแข่งขันออฟโรดความเร็วสูงข้ามทะเลทรายแอฟริกาเป็นระยะทางหลายพันไมล์ ไม่ใช่แค่หนทางที่ทุรกันดารเท่านั้น ความท้าทายในการควบคุมรถ รวมทั้งการวางแผนที่ดี เพราะยางที่ใช้สามารถเปลี่ยนได้แต่ต้องใช้แบบเดียวกันทุกพื้นผิว ดังนั้น ยางจะต้องมีสมรรถนะรอบด้าน เหมาะกับการขับในหลากหลายสภาพพื้นผิว ยิ่งไปกว่านั้นยางต้องแข็งแรงทนทานต่อการแตกเพราะนั่นหมายถึงเวลาที่จะสูญเสียไปหากต้องเปลี่ยนยาง ซึ่งยาง BFGoodrich ได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันหฤโหดนี้ตั้งแต่ปี 1999 และคว้าชัยอย่างไร้คู่แข่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

• Luc Aplphand และ Picard แห่งทีม Mitsubishi ได้คว้าชัยชนะแห่งปี 2006 โดยนับเป็นชัยชนะปีที่ 7 ติดต่อกันของ BFGoodrich

Baja

• การแข่งออฟโรดบนทางทุรกันดารในทะเลทรายอเมริกัน-เม็กซิกัน ที่โหดร้ายและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งการแข่งขันนี้จำเป็นต้องใช้ทั้งรถและยางที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยต้องมีทั้งสมรรถนะและความแข็งแรงที่เหนือชั้น กว่า 20 ปี (1986 – 2005) ที่ BFGoodrich ได้คว้าชัยในการแข่งขันรุ่นใหญ่สุด Baja 1000 อย่างต่อเนื่องอย่างไร้เทียมทาน โดยยาง BFGoodrich เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของนักแข่ง

WRC - World Rally ChampionshipŒ

• WRC คือ การแข่งขัน Rally ที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีการแข่งขันใน 16 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น สวีเดน ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย กรีซ เยอรมัน เม็กซิโก อาร์เจนตินา ฯลฯ คงไม่ต้องแปลกใจว่าสภาพถนน และสภาพพื้นผิวที่รถแข่งจะต้องเผชิญ จะมีความหลากหลายรูปแบบของความหฤโหดอย่างแน่นอน ตั้งแต่พื้นถนนยางมะตอยเรียบ พื้นกรวด พื้นดิน โคลน หรือแม้แต่พื้นหิมะก็ตาม BFGoodrich เองก็ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา และออกแบบยางเพื่อนำมาตะลุยในการแข่งขันสุดมันส์Œ

• ประกาศชัยชนะเหนือคู่แข่งในปี 2006 ด้วยการกวาดตำแหน่ง 5 อันดับแรกบนตารางคะแนนสะสม และยังได้ตำแหน่งบน Podium ในทุกสนาม คงถือเป็นการการันตีถึงคุณภาพของยาง BFGoodrich ที่โลดแล่นบนสังเวียน WRC นี้ได้อย่างดีเยี่ยม

• เน้นย้ำถึงความสำเร็จด้วย Sebastien Loeb และ Daniel Elena จากทีม Kronos Total Citroen ที่เลือกใช้ยาง BFGoodrich ได้คว้าตำแหน่งแชมป์โลกประจำปี 2006 ตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล

ได้เริ่มเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตตั้งแต่ปี 1915 และได้คว้าชัยชนะมาเกือบทุกสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็น Lemans 24 Hours, Daytona 24 Hours, Sebring, American Trans-AM, SCCA, JGTC ฯลฯ

นอกจากนี้ BFGoodrich ยังได้สร้างสถิติในสนามเดรกมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสถิติ NHRA (National Hot Rod Association) ในชั้น Street-class ด้วยเวลา 7.9 วินาที สถิติ NDRA (NOPI Drag Racing Association)

1972

หนึบขึ้นชื่อ จนการแข่ง GT Pole ยอมให้เป็นยางสปอร์ตจากถนนเส้นแรกที่ลงสนามแข่งในการแข่งขัน เลอร์ มัง 24 ชั่วโมง (Le Mans 24 Hours)

1988

ยาง BFGoodrich Comp T/A เป็นยางสายพันธ์อเมริกันเส้นแรกที่รถซูเปอร์คาร์ของยุโรป พอร์ช (Porsche) ต้องข้ามทวีปมาเลือกให้เป็นยางติดรถจากโรงงาน

1995

ดุดัน ด้วยยาง BFGoodrich Comp T/A Drag Radial ยาง Drag แบบเรเดียลเส้นแรกที่กรมการขนส่งของสหรัฐอเมริกา (Department of Transport หรือ DOT) ให้การรับรองในการใช้วิ่งบนถนนทั่วไป

1998

เปิดตัวเจ้าสนามตัวใหม่ BFGoodrich g-Force T/A Race Tire ในการแข่งขัน SCCA Trans-Am และได้รับเลือกเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน

2002

ซ่าตั้งแต่เปิดตัวในการแข่งขัน 300 JGTG (Japan Grand Touring Championship) ทำลายสถิติเวลาดีที่สุดต่อรอบ ตั้งแต่การเปิดตัวในการแข่งขันครั้งแรกในปีเดียวกัน รักษาตำแหน่งแชมป์ 4x4 Rally Raid เป็นครั้งที่ 5

2005

ตำนานที่ไม่เคยเปลี่ยนได้ตลอด 20 ปี ยาง BFGoodrich ยังคงเป็นแชมป์ของการแข่งขันรถออฟโรดที่ขึ้นชื่อที่สุดในอเมริกา บาฮา 1000 (Baja 1000) ตั้งแต่ปี 1986 และอีกครั้งที่ยาง BFGoodrich คว้าแชมป์เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน จากการแข่งขันรถออฟโรดที่หฤโหดที่สุดในโลก ปารีส ดาการ์ (Paris Dakar)

2006

พิสูจน์ความหนึบและอึดอีกครั้ง จากชัยชนะในทุกสนามของการแข่งขันทางเรียบระดับโลก WRC (World Rally Championship)

2007

ประกาศศักดาอีกครั้ง เมื่อคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งขัน Baja 1000 ที่ถือเป็นการแข่งขันออฟโรดสุดโหดในสหรัฐอเมริกา